ศาสตร์หินมงคลและหินนำโชค

ศาสตร์หินมงคล และหินนำโชคชนิดต่าง ๆ

หินสีหรือหินมงคลที่ได้รับความนิยม เกิดจากแร่อันเป็นส่วนผสมของหินที่ต่างกัน อาจเกิดโดยธรรมชาติและจากกระบวนการทางเคมีเพื่อให้เกิดความสวยงามในรูปแบบต่าง ๆ เช่น “ไหมทอง” เกิดจากแร่รูไทล์ผสมกับแร่ควอตซ์ทำให้มีเส้นสีทองสวยงาม หินสีจำพวกแร่เล็ก โครเมียม เบริล อะลูมิเนียมออกไซด์ ไทเทเนียม เกิดจากทั้งการผสมผสานของแร่และการหักเหของแสง ซึ่งหากแร่เข้าไปผสมในหินต่างชนิดก็จะเกิดสีต่างกันได้ เช่น ทับทิม ไพลิน นิลและมรกต

ผู้เชี่ยวชาญด้านศาตร์ของเพชร ผศ. ดร.ปัจวรรณ ธนสุทธิพิทักษณ์ กล่าวว่า “ความเชื่อเรื่องหินสีมีมาช้านานในต่างประเทศ เช่น ธิเบต อียิปต์และแอฟริกา ซึ่งได้ถูกเชื่อมโยงเรื่องเร้นลับ ตำนานของบรรพบุรุษจากรุ่นสู่รุ่น ดังนั้นเราจึงเป็นหินสีในรูปแบบต่างๆ ที่ถูกนำมาเป็นเครื่องประดับ เครื่องรางของขลัง หินมงคล รวมถึงสร้อยข้อมือนำโชค”

รศ.ดร.จักรพันธ์ กล่าวว่า “หินและแร่ ล้วนเกิดจากธรรมชาติอันเกิดจากกระบวนการทางธรณีวิทยาใต้ชั้นเปลือกโลก ปะทุตัวเป็นลาวาภูเขาไฟและรูปแบบอื่นก่อนแข็งตัวกลายเป็นหินอัคนีและแตกกลุ่มหินออกเป็น 2 รูปแบบ นั่นคือ หินชั้น อันเกิดจากการทับถมของหินในเวลานาน และ หินแปร อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของหินอัคนีจากอุณหภูมิและความดันสูงจากโครงสร้างทางเคมี”

ความเชื่อกับหินมงคลอยู่ร่วมกันมายาวนาน แม้ไม่ได้ไม่มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์รองรับว่าสามารถแก้ปัญหาหรือบำบัดได้จริงหรือไม่ แต่อย่างที่เกริ่นว่าความเชื่อนั้นมีผลต่อจิตใจส่งผลต่อภาวะอารมณ์ได้มาก อันเรียกได้ว่าเป็นศาสตร์และศิลป์แห่งความเชื่อ ทำให้เกิดผลลัพธ์ในรูปแบบต่างๆ ขึ้นอยู่กับผู้สวมใส่

ความหมายของหินมงคลแต่ละชนิด

มาลาไคต์ (Malachite)หรือมาลาคี หรือหินนกยูง : หินมงคลลักษณะสีเขียว ทึบแสง มีริ้ว อยู่ภายในเป็นลวดลายสลับสีเข้มอ่อนอย่างสวยงามคล้ายปีกนกยูง มีความเชื่อว่าเป็นเครื่องประดับนำโชคที่ครีโอพัตตาชื่นชอบอย่างมาก เนื่องด้วยความสวยงามและเป็นเครื่องปัดเป่าความชั่วร้าย และเป็นเครื่องรางเสน่ห์ เครื่องรางความรัก อันนำเสน่ห์ที่หยุดไม่ได้ สะกดผู้คนให้ลุ่มหลงในความงดงามของพระนางนั่นเอง  นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่าอีกว่าแม้แต่พระเจ้าซาร์แห่งรัสเซียเองก็ชื่นชอบและมีความเชื่อในพลังของหิน

มาลาไคต์ ถึงขั้นนำมาตกแต่งพระราชวังและนำมาเป็นเครื่องประดับอันทรงคุณค่าหลากหลาย จนเกิดเป็นความนิยมในหมู่เชื้อพระวงศ์และสังคมชั้นสูง มาลาไคต์มีพลังในการเสริมความคิดสร้างสรรค์ เสริมพลังด้านความมั่งคั่ง ความร่ำรวย หน้าที่การงาน เสริมบารมี อำนาจ แคล้วคลาดปลอดภัยและป้องกันคุณไสย์มนต์ดำ 

โกเมน (Garnet) หรือการ์เนต แร่ในกลุ่มซิลิเกต มาจากภาษาละติน “Garnauts”  หินมงคลสีแดงเข้มอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะคล้ายสีของทับทิม หินชนิดนี้ถูกจัดในกลุ่มนพเก้า (แดงก่ำโกเมนเอก) มีความเชื่อสืบเนื่องกันมายาวนานกว่า 3,000 ปี ได้รับความนิยมนำมาเป็นเครือ่งประดับและเครื่องรางของขลัง เครื่องรางความรักในยุโรปและแพร่หลายออกไปทั่วทุกมุมโลก 

เชื่อว่าพลังของโกเมนเป็นสัญลักษณ์แห่งความศรัทธา นำพาความรักมาสู่ผู้ครอบครอง หากต้องการรักนิรันดร์ ความซื่อสัตย์จากคนรัก โกเมนจะเสริมพลังตรงนี้ให้ นอกจากนี้ยังจะให้ผู้ครอบครอง ผู้ที่ได้สวมใส่นั้นสมหวังและแคล้วคลาดปลอดภัย 

มูนสโตน (Moonstone)  หินมงคลสีขาวคล้ายหมอกเหลือบสีรุ้ง หนึ่งในหินนพเก้าอันทรงพลังต่อจิตใจและอารมณ์ หินเสริมพลังด้นความรัก ช่วยให้ชีวิตรักราบรื่น รักยืนยาว ช่วยกันแก้ปัญหา เสริมเสน่ห์แก่เพศตรงข้าม 

เชื่อว่าพลังแห่งหินมูนสโตนนั้นได้รับมาจากพระจันทร์ จึงได้รับการขนานนามว่า “Moonstone” นั่นเอง ที่สำคัญเมื่อวันพระจันทร์เต็มดวงหินจะทรงพลังแต่เปร่งประกายสวยงามยิ่งนัก ผู้ที่ต้องการความรัก ประกอบอาชีพเกี่ยวกับความสวยงามเหมาะมากหากครอบครองหินชนิดนี้

กระดองเต่า (Tortoise Shell) หรือหินอำพัน อันเกิดจากยางของต้นสนที่ไหลทับทนกันผสมผสานซากพืชและแมลงมาเป็นเวลานาน โดยทั่วไปแล้วหินอำพันหรือหินกระดองเกต่าจะมีราคาสูง ด้วยความสวยงามนั่นเอง หินมงคลชนิดนี้เชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งธาตุแท้มนุษย์ มีพลังช่วยให้ผู้พกพามีสุขภาพดี แคล้วคลาดปลอดภัย เชื่อว่าในสมัยโรมันนั้นได้รับความนิยมพกพาเพื่อปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย หินมงคลชนิดนี้จะช่วยเพิ่มความหนักแน่น ความอดทน และส่งผลให้มีพลังในการประกอบธุรกิจให้เจริญก้าวหน้า ทำมาค้าขายขึ้น เงินทองไหนมาเทมา

โรสควอทซ์ (Rose Quartz) เครื่องรางความรัก สร้อยหินมงคล โรสควทซ์เกิดจากไทเทเนียม เหล็กและแมงกานีสผสมรวมกันอย่างลงตัวสวยงามสีชมพูระเรื่อดั่งดอกกุหลาบ โรสควอทซ์ได้รับการขนานนามว่าเป็นหินแห่งความรัก การให้อภัยและความสวยงาม เล่าว่าหินมงคลชนิดนี้หากมองเข้าไปถึงเนื้อในหินจะพบเส้นแร่รูไทล์สีชมพูอันเกิดเป็นรูปสาแหรกหรือ Star effect ในหินโรสควอทซ์

เชื่อว่าผู้ครองครองหินมงคลนี้จะมีผิวพรรณเปร่งปรั่ง สวยงามตามความเชื่อของอียิปต์ที่พบหินโรสควอทซ์ในหลุมศพ หลังจากนั้นเรื่องราวได้ถูกแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วและได้รับความศรัทธาว่าเป็นเครื่องรางของขลัง เครื่องรางเสน่ห์ในการดึงดูดความรัก และยังมีความเชื่อว่าหินชนิดนี้ช่วยเพิ่มพลังรักในสายใยแม่และลูก จึงได้รับความนิยมในการพกพาขณะไปทำคลอด เพื่อให้บุตรแข็งแรงมีการสื่อสารสัมผัสรักถึงกันและแคล้วคลาดปลอดภัยในการคลอดอีกด้วย 

ไหม 5 สี (Rutilated Quartz) หินในตระกูลควอทซ์ เรืองรองวาววับด้วยประกายแห่งเส้นไหมละเอียดภายในหิน หินมงคลชนิดนี้ได้รับการขนาดนามว่าเป็น “ราชาแห่งความร่ำรวย” อันจะนำพลังสู่ผู้ครอบครอบให้พบแต่ความสำเร็จ อำนาจ บารมี  หินไหม 5 สี หินมงคล 5 ชนิดด้วยกัน ได้แก่ 

     ไหมทอง (Gold Rutiated Quatz) หรือหินโป่งขาม หินชนิดนี้เชื่อว่าเสริมพลังแก่ผู้ที่ได้ครอบครองด้านทรัพย์สินเงินทอง อำนาจและโชคลาภ วาสนา

    ไหมเงิน (Silver Rutiated Quatz) หรือหินแห่งโชคลาภ พลังแห่งหินไหมเงินช่วยให้การค้าขายราบรื่น นิยมนำเป็นเครื่องรางของขลังในการเสริมดวงค้าขาย

     ไหมนาค (Pink Rutilated Quartz) นิยมนำมาใช้เป็นเครื่องรางเสริมเสน่ห์ เมตตามหานิยม หินมงคลชนิดนี้ช่วยให้หน้าที่การงานมั่นคง เสริมบารมี อำนาจและความมั่นคง

     ไหมเขียว (Green Rutilated Quartz) หินมงคลอันมีพลังช่วยป้องกันอันตราย ให้ผู้ครอบครอง สวมใส่แคล้วคลาดปลอดภัย จิตใจสงบและพบแต่ความสุขในชีวิต

     แก้วขนเหล็ก (Black Rutilated Quartz) หินมงคลไหมสีดำ ช่วยให้มีพลังในด้านแคล้วคลาดปลอดภัยจากคุณไสย์มนต์ดำ แคล้วคลาดปลอดภัยจากทุกข์ สุขภาพแข็งแรงและช่วยเสริมบารมี อำนาจ โชคลาภวาสนา ผลักดันให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานได้เป็นเจ้าคนนายคน

คริสโซคอลลา (Chrysocolla)  หินนำโชคสีฟ้าคล้ายหินเทอควอซ์ บ้างว่าหินชนิดนี้เกิดจากกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เคมี ผสมทองแดงและแร่ฟิลโลซิลลิเกตของไฮเดรตคอปเปอร์ หรืออาจเกิดจากการผสมผสานปฏิกิริยาทางเคมีจากแร่สเปอตินิไอต์และคาลซิโดีนี ให้มีความสวยงามเห็นเป็นสีเขียวอมฟ้า หรือฟ้า หรือประกายด้วยแร่สีดำหรือน้ำตาล 

เชื่อว่าหินมงคลชนิดนี้ได้รับความนิยมและศรัทธาในด้านพลังแห่งความงามจากพระนางคลีโอพัตรา ช่วยเติมความสดใส มีชีวิตชีวาแก่ผู้สวมใส่  ได้รับการขนานนามว่าเป็นหินแห่งการสื่อสาร สื่อกลางแห่งความมานะ สติปัญญาและความลอมชอมในการแก้ปัญหา 

หยก (Jade)  หินมงคลอันมีประวัติยาวนานจากประเทศจีน หยกสีอ่อนเนื้อแก้ว สัญลักษณ์แห่งความสงบสุข สัญลักษณ์แห่งความชาญฉลาด แคล้วคลาดปลอดภัย กตัญญูรู้คุณคน ได้รับความนิยมอย่างมากในเอเชีย เชื่อว่าเป็นหินมงคลจากสวรรค์และมีพลังอันช่วยส่งเสริมให้ผู้ครอบครองพบเจอแต่โชคดี มีความสุข ดั่งจะพบว่าคนจีนนิยมนำ “หยก” มาเป็นเครื่องรางของขลังพกพาและมีไว้ประจำบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องแกะสลักต่างๆ เพื่อให้รู้สึกว่าตัวเองใกล้ชิดเทพเจ้ามากยิ่งขึ้นในการปัดเป่า ปกป้องคุ้มภัยนั่นเอง หยกมีหลายชนิด เช่น

  •      หยกสีเขียว (Green Jadeite) หรือหยกจักรพรรดิ หินมงคลสีเขียวคล้ายมรกต เนื้อใสประกายสวยงาม 
  •      หยกสีแอปเปิ้ล (Fine White Motted Jade) หยกอันมีสีเขียวแกมเหลืองจุดขาว
  •      หยกสีเขียวแกมน้ำตาล (Moss Green Jade) 
  •      หยกสีขาว (White Jadeite) หยกสีขาวเนื้อละเอียด

ตาเหยี่ยว หินมงคลเสริมพลังด้านความปลอดภัย แคล้วคลาด เหมาะสำหรับนักธุรกิจ ช่วยเสริมอำนาจ บารมี 

แบริล หินมงคลเสริมพลังด้านโชคลาภ ชี้ช่องทางรวย แคล้วคลาดปลอดภัย

อมาโซไตน์ หินมงคลแห่งเทพผู้ปกป้อง คุ้มภัยแก่ผู้มีสัมผัสพิเศษ

หยก 5 สี หินมงคลเสริมโชคลาภ ความร่ำรวย ความสมบูรณ์แห่งชีวิตและยังเป็นเครื่องรางความรัก

เกล็ดมังกร หินมงคลเติมชีวิตชีวา ความมั่นใจ แคล้วคลาดปลอดภัย เสริมความร่ำรวย

ลาเวนเดอร์ หินมงคลหยกสีม่วง สัญลักษณ์แห่งความสมบูรณ์ทุกด้าน เครื่องรางความรัก เครื่องรางเสน่ห์ เสริมดวงค้าขาย แคล้วคลาดปลอดภัย 

เราสามารถเลือกหินมงคลได้ตาม วันเกิดและราศีเกิด

วิธีสังเกตุหินมงคลจากธรรมชาติหรือเลียนแบบ

หินมงคลจากธรรมชาติจะเกิดขึ้นจากแร่และธาตุในกระบวนดังกล่าวข้างต้น ในขณะที่หินมงคลเลียนแบบกระทำขึ้นจากการหลอมแก้ว เรซิ่นและพลาสติกให้มีลักษณะคล้ายเคียงหินธรรมชาติ โดยเราสามารถสังเกตุหินเลียนแบบได้ด้วยวิธีต่างๆ ดังนี้

  • หินเลียนแบบจะมีฟองอากาศมากมายเมื่อส่องด้วยแว่นขยาย 10 เท่าขึ้นไป
  • หินเลียนแบบจะมีความร้อนเมื่อนำไปตากแดด
  • หินเลียนแบบจะมีลักษณะเส้นไหลและรอยเชื่อมเหมือนลายน้ำอันเกิดจากการหลอมของพลาสติก
  • หินเลียนแบบจะมีตำหนิและลวดลายเหมือนกัน

บทความเกี่ยวกับสร้อยหินนำโชค