วัตถุมงคลคุ้มภัย ให้โชคลาภ

วัตถุมงคลคุ้มภัย ให้โชคลาภ

ความเชื่อ ความศรัทธา ช่วยเสริมความมั่นใจในการค้าขาย ทำธุรกิจ เครื่องรางเสน่ห์ เรียกรัก หาลูกค้าต่างๆ นั้นเป็นสิ่งหนึ่งที่สืบทอดมายาวนานในครั้งบรรพบุรุษ ไม่เพียงแต่ในประเทศไทยเท่านั้น ต่างประเทศเองก็มีความเชื่อในเครื่องรางของขลังด้านต่างๆ ในการสืบสานพลังทั้งด้านความสวยงาม เสน่หา เสริมบารมีอำนาจ ทั้งกษัตริย์ นักรบ โดยมีความเชื่อว่าเครื่องราง หินมงคลต่างๆ ที่นำมาใช้เสริมพลัง หนุนดวงชะตานั้นมีองค์เทพสิงสถิยต์อยู่ หากยึดมั่นปฏิบัติคุณงามความดีก็จะยิ่งเสริมกำลังเหล่านั้นให้แข็งแกร่งยิ่งๆ ขึ้นไป

เรื่องราวมากมายที่ถูกถ่ายทอดทั้งในตำรา ข้อมูลในอินเทอร์เน็ตหรือคำกล่าวขานถึงจากผู้ประสบการณ์โดยตรงหรือทางอ้อมก็ดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโชคลาภที่ได้มาในรูปแบบต่างๆ รวมถึงการประสบอุบัติเหตุหรือเรื่องราวร้ายๆ ในชีวิตแต่ก็สามารถผ่านมาด้วยดี ด้วยความศรัทธาจากวัตถุมงคลที่ตัวเองนับถือและได้บูชา พกพาติดกาย

เครื่องรางของขลัง วัตถุมงคลคุ้มภัย ให้โชคลาภ มีอยู่หลายรูปแบบ ทั้งผ้ายันต์ หินมงคล ตะกรุด และอีกมากมาย ถูกสร้างและปลุกเสกโดยพระอาจารย์ชื่อดังที่มีความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ

วัตถุมงคลช่วยเสริมโชคลาภอันเชื่อมโยงกับปีนักษัตร ปีชง ความเชื่อเรื่องโหราศาสตร์ ดวงชะตาอันเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจ ช่วยหนุนดวงชะตาเสริมสิริมงคลให้แก่ชีวิต ได้แก่

พระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์

พระโพธิสัตว์ในกลุ่มตถาคตโครตของพระไวโรจนพุทธะ ผู้ได้รับหน้าที่ในการคุ้มครอง ปกปักรักษา ความเชื่อเรื่องพระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์นั้นมีมาแต่พุทธศตวรรษที่ 8 ที่ขนานนามว่าท่านเป็นเทพแห่งปัญญาทั้งทางด้านเกษตรกรรม วิทยาศาสตร์ สถาปัตยกรรม ในทางพุทธศิลป์พระมัญชุศรีจะอยู่บนหลังสิงโตเขียว วัตถุมงคลเสริมดวงคนเกิดปีชวด ช่วยปัดเป่าเรื่องร้ายๆ ปกป้องคุ้มภัยจากเคราะห์ต่างๆ แม้ในยามที่ต้องเดินทางให้แคล้วคลาดปลอดภัย

พญานาค

ภาพวาดโดยนางสาวพนิดา กรทรัพย์

สัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่ง เปรียบเสมือนแก้วสารพัดนึก คุ้มครองปกป้องทั้งคุณและครอบครัว พุทธคุณช่วยนำความสุข ความรัก ความเจริญก้าวหน้า อำนาจวาสนาให้สูงส่งยิ่งๆ ขึ้น เรียกทรัพย์ในหน้าที่การงานเจริญรุ่งเรือง เชื่อว่าผู้ใดได้ครอบครองพญานาคและมีความศรัทธาจะช่วยนำพาให้ชีวิตนั้นพบเจอแต่ความร่มเย็น เป็นสุข
ความเชื่อความศรัทธาเรื่องพญานาคสืบมาแต่อินเดีย ด้วยมีนิยาย วรรณคดีกล่าวถึงพญานาคมากมาย รวมทั้งทางอินเดียนั้นมีภูมิศาสตร์อุดุมด้วยป่าเขา ชาวอินเดียจึงนับถืองูเป็นสัตว์เทพและความเชื่อเรื่องพญานาคนั้นก็ถูกเลื่องลือกระจายออกไป แม้แต่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็มีเรื่องเล่ากล่าวขานเกี่ยวกับพญานาค ชาวบ้านที่อาศัยใกล้เคียงแม่น้ำโขงหรือเมืองบาดาล ได้มีโอกาสประสบพบเจอรอยพญานาค ในวันออกพรรษา จึงทำให้เกิดความศรัทธาเลื่องลือมาช้านาน
ว่ากันว่าพญานาคนั้นมีลักษณะต่างกันไปตามควมเชื่อ แต่ที่ตรงกันนั้นจะอยู่ในลักษณะงูตัวใหญ่มีหงอนสีทองและตาสีแดง มีเกล็ดคล้ายปลาหลากสี นาคตะกูลธรรมดาจะมีเศรียรเดียวและเมื่ออยู่ในวรรณะที่สูงศักดิ์ยิ่งขึ้นจะมีเศียรสามเศรียรและห้าเศียร เจ็ดเศียร์และเก้าเศียรตามลำดับ ทั้งยังมีความเชื่อว่าพญานาคสืบเชื้อสายจาก พญาเศษนาคราชหรืออนันตราคราช ผู้เป็นพระวิษณุนารายณ์ปรมานาท ณ เกษียณสมุทรอนันตนาคราช มีพันศีรษะ รวมทั้งมีความเชื่อว่าพญานาคนั้นเกิดจากครรภ์และไข่ พบได้ทั้งบนบกและใต้น้ำ มีอิทธิฤทธิ์ให้เกิดคุณและโทษได้อย่างทรงพลัง รวมทั้งสามารถกำหนดกายมนุษย์อย่างสวยงาม

นาคเป็นพญาแห่งงู แม้จะไม่บรรลุธรรมได้แต่ก็อยู่ในสุคติภูมิบนชั้นสวรรค์จาตุมหาราชิกา อันแบ่งได้เป็น 4 ตระกูล ดังนี้

  • ตระกูลวิรูปักษ์ พญานาคสีทอง
  • ตระกูลเอราปถ พญานาคสีเขียว
  • ตระกูลฉัพพยาปุตตะ พญานาคสีรุ้ง
  • ตระกูลกัณหาโคตมะ พญานาคตระกูลสีดำ

การบูชาพญานาคในครั้งแรกนั้นควรนำไปแช่น้ำสะอาด อธิษฐานจิตระบุชื่อ-สกุลผู้บูชา และตั้งนโม 3 จบ “พุทโธเมนาโถ ธัมโมเมนาโถ สังโฆเมนาโถ สะกะพะจะ บูชาจะบูลชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกพระองค์ที่ดูแลธาตุศักดิ์สิทธิ์และดูแลเพชรพญานาคเจริญมา เจริญยิ่ง เจริญดี ขอสิ่งที่เป็นสัมมะ สัมมา สัมมา สัมมะ มะอะอุ นะมะ พะทะ นะโมพุทธายะ นะชาลิติ สิทธะ มัตถุ” “พญานาคราช กายะ วาจา จิตตัง อะหนังวันทา นาคี นาคา ธิบดี ศรีสุทโธ วิสุทธิ เทวา ปูเชมิ”

ลูกประคำหรือเม็ดประคำ

เครื่องรางลักษณะก้อนกลมๆ เจาะรูตงกลางและร้อยเข้าด้วยเชือก ช่วยคุ้มครองคุ้มภัยจากอันตราย ส่วนใหญ่แล้วจะได้รับความนิยมในการนำมาใช้ในการนั่งสมาธิ ตั้งจิตภาวนาด้วยการนับลูกประคำวนไปเรื่อยๆ เพื่อให้สมาธิมุ่งเน้นไปด้วยสติ ความเชื่อนี้มีมาแต่ช้านาน ด้วยตำนานแห่งการสร้างประคำดาบปราบหงสาวดีที่นำไปถวายแด่พระบาทสมเด็จพระนเรศวรมหาราชในการออกศึก ด้วยพุทธคุณแห่งการปกป้องให้แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง เพื่อให้ได้ชัยชนะในการศึกจากคมดาบและสิ่งที่มองไม่เห็น
แต่เดิมลูกประคำสร้างจากงาช้าง นำมาปั้นเป็นก้อนกลมและร้อยเรียงเป็นเส้นดังที่เห็น ด้วยความเชื่อที่ว่าเขี้ยวของสัตว์นั้นส่งเสริมพลังด้านอำนาจ บารมีและบางตำราก็ใช้ว่านมงคลผสมกับผงจินดามณีในการนำมาสร้างเป็นลูกปะคำ และจะยิ่งขลังมากยิ่งขึ้นเมื่อได้ปลุกเสกพลังโดยพระอาจารย์แต่ละท่านนั่นเอง
ในด้านศาสนานั้นใช้ในการฝึกจิตตานุภาพให้เข้มแข็งต่อกิเลส ทางทางเวทย์นั้น ลูกประคำเปรียบเสมือนเครื่องกำหนดจิตภาวนาจิตในการร่ายอาคมให้เกิดพลังอำนาจ ในทางศาสตร์ของจีน ลูกประคำเหล็กนำมาใช้เป็นเครื่องป้องกันตัวเองร่วมด้วยดังเห็นจากการฝึกกลยุทธ์การต่อสู้ในวัดเส้าหลินและรวมถึงใช้ในการภาวนาคู่กับบักเต้าเพื่อกำหนดจิตให้มั่นคง

ตะกรุด

เครื่องรางของขลังอันเกิดจากความเชื่อที่สืบทอดกันมายาวนาน เชื่อว่ามีพลังในการป้องกันอันตรายต่างๆ ทั้งยังใช้เป็นเครื่องรางเสริมโชค เครื่องรางค้าขายดี หนุนดวงชะตา ตะกรุดถูกสร้างขึ้นโดยเกจิอาจารย์อันมีฝีมือและมีวิชาปลุกเสกขึ้นจาก ทองคำ เงิน นาค ตะกั่ว หนังเสือ หนังงู ฯลฯ และนำลงอักขระ ปลุกเสกด้วยคาถา มนต์ตรา ลักษณะของตะกรุดมีหลากหลายอันถูกพัฒนาไปตามยุคสมัยเพื่อใช้ในการพกพาเป็นเครื่องรางติดกาย บ้างนำมาสวมเป็นสร้อยคอ บ้างนำมาคาดเอวและปัจจุบันก็มีการนำตะกรุดมาเป็นเครื่องรางของขลัง สร้อยข้อมือวัตถุมงคล
เมื่อได้ครอบครองตะกรุดแล้วหากต้องการให้พุทธคุณเกิดผลอย่างแรงกล้า ผู้ครอบครองต้องยึดมั่นในคุณความดีและหมั่นสวดคาถาอย่างต่อเนื่อง ละเว้นจากบาปทั้งปวงรวมถึงวาจาให้ร้าย หรือสร้างให้เกิดทุกข์แก่ผู้อื่น

เครื่องรางของขลัง วัตถุมงคล จะให้คุณหรือโทษมากน้อยแค่ไหนนั้น ขึ้นอยู่กับวิถีปฏิบัติของผู้ครอบครองร่วมด้วย หากคิดดีทำดี มีความมุ่งมั่นในเจตคติที่ดีก็จะยิ่งส่งผลบุญหนุนนำให้ประสบพบเจอแต่เรื่องที่ดี เมื่อได้รับโชคจากวัตถุมงคล เครื่องรางของขลังนั้นแล้ว อย่ามัวแต่หลงระเริงหากแต่ให้นำเงินนั้นมาทำบุญ สร้างคุณความดีต่อไปอย่าได้หยุดหย่อน จะยิ่งช่วยให้คุณและครอบครัวเกิดแต่เรื่องดีๆ ในชีวิต

บทความที่น่าสนใจ